เทศน์เช้า วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๘
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะนะ ขึ้นปีใหม่เขาเตือน หน่วยงานเขาเตือนไง ดื่มแล้วไม่ขับ ดื่มแล้วไม่ขับนะ เวลาของเราจะขาดสติไง สติสัมปชัญญะนี้สำคัญมาก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง “ภิกษุทั้งหลาย เธอจงพิจารณาสังขารด้วยความไม่ประมาทเถิด” นี่คำสั่งขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นคำสุดท้ายนะ
ฉะนั้น ถ้าเราไม่ประมาทในชีวิต เราไม่ประมาทในสิ่งใด มีสติปัญญาของเรา เราจะพาชีวิตของเราไม่ให้ไปเจออุบัติเหตุ
แต่ในความเป็นจริงๆ เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน มันสำคัญมากนะ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน มันเหมือนกับว่าเราไม่สนใจสังคมเลย ไม่สนใจใครเลย
เราสนใจ เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ชีวิตนี้ต้องมีปัจจัย ๔ คำว่า “ปัจจัย ๔” เป็นของจำเป็นกับชีวิต ถ้าปัจจัย ๔ พระบวชบริขาร ๘ ปัจจัย ๔ ทั้งนั้นน่ะ ถ้าปัจจัย ๔ มันเป็นปัจจัย ๔ เป็นเครื่องอาศัย
แต่เวลาอริยสัจ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ เป็นอริยสัจ เป็นสัจจะเป็นความจริงในการฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของเราขึ้นมา
ฉะนั้น อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ คือจิตมันสงบระงับเป็นสัมมาสมาธิ ถ้าสัมมาสมาธิ มันมีตัวมีตนของตนไง แล้วเราจะแก้ไขที่ตัวที่ตนนี้ไง
เราอบรมบ่มเพาะลูกหลานของเราจะให้เป็นคนดีๆ ไง เราอบรมเกือบตาย มันฟังเราไหม
นี่ก็เหมือนกัน ประเพณีวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ดีงามนะ เราไปวัดไปวา ประเพณีวัฒนธรรมของที่ไหนก็แล้วแต่ มันน่าชื่นชมเขา มันชื่นชมเขา เพราะสิ่งนั้นทำให้สังคมร่มเย็นเป็นสุขไง
ประเพณี ประเพณีถ้ามันเข้มแข็งนะ มันมีผลมากกว่ากฎหมายอีก กฎหมายมันยังมองข้าม กฎหมายมันยังปล่อยปละละเลยไง แต่ประเพณีๆ ถ้าประเพณีในท้องถิ่นที่ไหนไง ถึงเวลาแล้วเขากลับบ้านหมดน่ะ เขาต้องกลับบ้านไป เขาต้องไปกราบพ่อกราบแม่เขา เขาต้องไประลึกถึงเขา นี่ประเพณี ประเพณีถ้ามันเข้มแข็ง ประเพณีวัฒนธรรม
ถ้ามันเป็นสิ่งที่ดีงาม มันหล่อหลอมสังคม มันหล่อหลอมให้สังคมให้มีความร่มเย็นเป็นสุขไง มันมีการไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน เวลากลับบ้านขึ้นมายิ้มแย้มแจ่มใส เพื่อนเจอกัน กอดกัน กอดกันเลย นานๆ เจอกันทีหนึ่ง นี่ประเพณีวัฒนธรรม
แต่ถ้าเป็นธรรมๆ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนก็คนคนนั้นเป็นคนดีก่อน ถ้าคนคนนั้นเป็นคนดี สังคมก็ดีงามของเขาขึ้นมา ถ้าสังคมดีงามขึ้นมา มันร่มเย็นเป็นสุข มันไว้วางใจได้ ถ้ามันไว้วางใจ มันไม่ระแวง สิ่งที่มันไม่ระแวง มันก็มีความปกติสุขของเรา เห็นไหม ถ้ามีสติ
เวลาดูคนบ้านะ คนบ้า เราเห็นแล้วเวลาเขาบ้าแล้วเขาขาดสติ เขาทำอะไรด้วยเป็นอิสระของเขานะ เวลาทางธรรมๆ นิพพานกับคนบ้าใกล้กัน เหมือนกัน แต่ความจริงนี้เป็นคำเสียดสี เป็นคำสังคมเขาว่า เวลาคนบ้า คนบ้ามันปล่อยวางหมดไง แต่มันไม่มีสติ แต่นิพพานๆ โอ๋ย! สมบูรณ์นะ สติสมบูรณ์แบบของเขา
สมบูรณ์แบบเพราะอะไร
เพราะหลวงตาพระมหาบัวท่านพูดไง เราซึ้งใจมาก ท่านบอกว่า เวลาจะคิดมันเหมือนจะต้องแบกหามซุงเลยนะ
คนยกซุงทั้งท่อนมันต้องใช้กำลังขนาดไหน
แต่นี่เราคิดนะ มันไม่ใช่ซุง มันเป็นลมแล้งเลย อารมณ์มันพัดไปตลอดเลย
ถ้ามันยกซุงทั้งท่อน ท่านพูดเอง ท่านพูดบ่อย นั่นคือสติ มันเสวยอารมณ์ไง ความคิดจะคิด เหมือนกับเราต้องแบกหามซุง ซุงทั้งท่อน ไปแบกหามซุง มันต้องออกกำลังใช่ไหม มันถึงยกขึ้นใช่ไหม ไอ้นี่กว่าจะคิดได้ สติปัญญามันเท่าทันไหม ถ้ามันเท่าทันขึ้นมา นั่นน่ะพระอรหันต์ นิพพาน ไม่ใช่คนบ้า
เห็นคนบ้าแล้วมันน่าสังเวช มันน่าเห็นใจไง มันเป็นเวรเป็นกรรมของสัตว์ เป็นกรรมของสัตว์นะ ดูสิ เวลาเขาเครียดนะ กิเลสมันบีบคั้นหัวใจของตน เวลามันถึงที่สุดแล้วมันหลุด ไปเลย
แต่ของเรา ดื่มแล้วขับ ดื่มแล้วขับ เราดื่มเอง ละเมียดละไมนะ รสชาติ เสร็จแล้วไง
มันบอกว่ามันจะผิดไปทั้งหมด มันเป็นไปไม่ได้ เพราะเวลาเภสัชๆ ส่วนผสมมันมีของมัน มันมีของมัน ถ้ามากเกินไปมันผิดทั้งนั้นน่ะ แต่ถ้ามันน้อยเกินไป เห็นไหม เจริญอาหารๆ
แต่เจริญอาหาร อย่าให้ติดนะ เจริญอาหาร ถึงเวลามันมีปัญหาของมันขึ้นมานะ ดื่มไม่ขับ เวลาดื่มแล้วเราต้องรักษาตัวของเรา เราอย่าไปกระทบกระเทือนคนอื่นไง
คำว่า “สิทธิเสรีภาพๆ” เวลาเด็กๆ มันคิดสิทธิเสรีภาพ แต่สำหรับเรานะ เห็นแก่ตัว เห็นแก่ตัว ตัวยิ่งใหญ่ไง สิทธิเสรีภาพ จะทำอะไรก็ได้ กระทบกระเทือนเขาไหม
เวลาเด็กๆ เวลาสิทธิเสรีภาพ
เอ็งไม่มีพ่อไม่มีแม่หรือ
เด็กหลายคนเวลาพูดกับเรา สิทธิเสรีภาพ
เอ็งเกิดจากกระบอกไม้ไผ่หรือ มันต้องมีพ่อมีแม่ เวลามีพ่อแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกไง สิทธิเสรีภาพของเอ็ง เอ็งสะเทือนหัวใจของพ่อของแม่เอ็งไหม เวลามันสะเทือนหัวใจของพ่อของแม่ มันสิทธิเสรีภาพตรงไหน
เวลาสิทธิเสรีภาพ มันต้องมีความรู้สึกนึกคิด อย่าเห็นแก่ตัว สิทธิเสรีภาพมึงเห็นแก่ตัว มึงจะทำความพอใจของมึง มึงคิดอะไรมึงก็จะทำแต่ตามความพอใจ กระทบกระเทือนใครไม่รู้ กระทบกระเทือนใครไม่สนใจ
เวลาเป็นธรรมๆ เห็นไหม ไม่เบียดเบียนตนและไม่เบียดเบียนผู้อื่น
ไม่เบียดเบียนตน ถ้าตนดีงามขึ้นมา มันจะไปเบียดเบียนใคร เพราะความคิดนี้ เขาก็ไม่ชอบ เราก็ไม่ชอบ มันเป็นความคิดของเรา แต่ความคิดเป็นความคิดฝ่ายมาร มันไม่ควรทั้งสิ้น
ถ้าเป็นความคิดฝ่ายธรรมล่ะ
ถ้าฝ่ายธรรม กตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี เขามีบุญมีคุณกับเรานะ เขาเคยทำสิ่งใดนะ เราระลึกถึงคุณเขาตลอดเวลา บุญคุณอันนั้นนั่นน่ะมันจะติดไป
เวลาทำบุญๆ ขึ้นมา เราต้องทดแทนบุญคุณใคร
ไม่ใช่
เด็กๆ น่ะ ฝากหลักการ ฝากศาสนาไว้กับเด็กน้อย เพราะเด็กน้อยมันจะเจริญเติบโตขึ้นมา ถ้าทดแทนบุญคุณๆ นั่นแหละเอ็งทำคุณงามความดีของเอ็ง
ทำความดีทิ้งเหว ทิ้งเหวมันสบายใจ แล้วมันถูกต้องชอบธรรม ถ้ามันถูกต้องชอบธรรม ปิดทองหลังพระไง เพราะอะไร ทำดีไม่ได้ดี ทำดีไม่ได้ดี ทำอะไรหน่อยหนึ่งจะอวดเขา ทำอะไรดีต้องให้เขาชื่นชม
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงตาพระมหาบัว ภาวนาไม่ให้ใครเห็น ท่านบอกเสียลับ ภาวนาไม่ให้ใครเห็น
แต่ไปดูสังคมสิ กล้องไม่มา มันภาวนาไม่เป็นนะมึง มันต้องกล้องมาก่อน จะเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา กลัวเขาจะไม่รู้ จดสถิติไว้เลย เอ็งก็ได้ตัวเลขนั่นแหละ
แต่ถ้าเป็นจริงนะ หัวใจมันสงบ ถ้าหัวใจสงบดีงามขึ้นมา สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดไง จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ
หลวงตาพระมหาบัวท่านไปไหนท่านบอก ไปเอาหัวใจคน เอาหัวใจคน แสดงธรรม ธรรมอันนี้ บันลือสีหนาท บันลือสีหนาท ได้บันลือสีหนาทแล้ว หน้าที่ของเราฟังแล้วเชื่อไม่เชื่อ ฟังแล้วเราวิเคราะห์วิจัยเป็นหรือไม่เป็น
สิ่งที่วิเคราะห์วิจัยเป็น เห็นไหม เวลาฟังธรรมๆ หลวงตาท่านบอกท่านอยู่กับเจ้าฟ้าเจ้าคุณ สมัยที่ท่านเรียนอยู่ โอ้โฮ! ฟังแล้วมันซาบซึ้ง ไปเจอหลวงปู่มั่นครั้งแรกงงเลย เฮ้ย! ไม่รู้เรื่อง
แต่สุดท้ายแล้วบุญของคน ถ้าคนมีบุญนะ มันไม่ใช่ความผิดของท่าน มันเป็นความผิดของเรา เราไม่เข้าใจเอง เราไม่เข้าใจเอง ก็เริ่มตั้งสติ เริ่มตั้งสติ เริ่มทบทวนขึ้นมา พอมันเริ่มฟังไปๆ มันเริ่มเข้าใจ
พอเริ่มเข้าใจนะ มาฟังเทศน์เจ้าฟ้าเจ้าคุณ อ่านหนังสือใครก็อ่านได้ แต่ออกจากหัวใจอันนั้นน่ะ เพราะเราไม่รู้ไง
นี่ไง ดื่มไม่ขับๆ
นี่ไง ดื่มแล้วขับ สิทธิเสรีภาพ
มึงเห็นแก่ตัว แต่ถ้ามันกระทบกระเทือนใครหรือไม่กระทบกระเทือนใคร
นี่เหมือนกัน ถ้าสติ สติคืออะไร สติคือ เออ! ไอ้นั่นมัน ส.เสือ ต.เต่า สระอิ แต่ถ้าสติ เอ๊อะ! มันเท่าทันอารมณ์ความคิดของตนนะ แล้วที่มันเหยียบย่ำใจของเรา มันจะเหยียบย่ำได้อย่างไร
ถ้าคิดดี คิดดีใส่คันเร่งสิ คิดเป็นธรรม เหยียบคันเร่ง
คิดดี มันไม่คิด คิดดีแล้วมันจืดมันชืด แต่ถ้าโทสะ โมหะ โอ้โฮ! มันไปเลยนะ ถ้ามันไปเลย นั่นน่ะดื่มกินเสวยแล้ว แล้วมันไปของมันเต็มที่แล้ว แล้วถ้ามีสติสัมปชัญญะ หยุดได้
ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมนะ เราจำขี้ปากหลวงตามาทั้งนั้นน่ะ
ฝ่ามือสามารถกั้นคลื่นกั้นพายุได้ สติน่ะ
เวลาพายุ ดูทะเลสิ ทะเลถ้ามันไม่มีอะไร ราบเรียบไปหมดนะ เวลาพายุมา โอ้โฮ! คลื่น ๓ เมตร ๕ เมตรนู่นน่ะ มันปั่นป่วนหมดน่ะ เวลาความคิดมันเกิด โอ้โฮ! เกือบตาย ยิ่งโกรธ โอ้โฮ! ถ้าไม่ได้สะใจหยุดไม่ได้ ต้องได้สะใจก่อน โอ้โฮ! มันหยุดได้ แต่ถ้ามีฝ่ามือ มีสติ กางกั้น อารมณ์ที่รุนแรงขนาดไหนหยุดได้หมด
เวลาท่านพูดนะ คนที่มีธรรมพูดแล้ว ถ้าเราเท่าทันนะ โอ้โฮ! มันพื้นๆ น่ะ มันเรื่องเรียบๆ แต่มันความจริงไง
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ
ถ้าเราเห็น เห็นความรู้สึก เห็นความนึกคิด มันเห็นแล้วมัน แหม! มันกินใจ เพราะอะไร เพราะเราก็ทุกข์กันเรื่องอย่างนี้ เราไปวัดไปวาทำบุญทำกุศลกัน นี่แหละอนุปุพพิกถา
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเผยแผ่ธรรมๆ ไง แสดงธรรมครั้งแรก แสดงธัมมจักฯ ได้พระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมเลย แสดงธัมมจักฯ แต่พวกเราปุถุชนคนหนา พูดไปเถอะ สีซออยู่อย่างนั้นน่ะ
ฉะนั้น สิ่งที่เวลามันสะเทือนใจ มันสะเทือนใจไง พอมันสะเทือนใจ หัวใจของคนๆ สิ่งนั้นถ้ามันมีคุณค่าไง ถ้ามันมีคุณค่าขึ้นมา ถ้ามันสะเทือนหัวใจนะ เวลาสติสัมปชัญญะมันเกิดขึ้นมา เวลามันเป็นภาคปฏิบัติไง
ไปวัดไปวาทำบุญทำกุศลเพื่อศรัทธา อนุปุพพิกถา ให้เขาทำทานของเขาก่อน พอทำทานขึ้นมาแล้ว ทุกคนเป็นผู้ที่เสียสละโดยสัมมาทิฏฐินะ ความถูกต้องชอบธรรมนะ ไม่ใช่เล่ห์กล หัวใจมันเสมอกันไง
พอหัวใจเสมอกัน เวลาอนุปุพพิกถา ให้เขาทำทานเสียก่อน เวลาทำทานแล้ว จิตมันเป็นธรรมๆ แล้ว บุญกุศลจะพาให้เกิดที่ดีงาม ความคิดที่ดีงามจะเกิดขึ้นจากหัวใจดวงนั้น ถ้าใจดวงนั้นมันดับไป มันจะเกิดบนสวรรค์ไง ให้ถือเนกขัมมะ ถ้าจิตใจเราถือเนกขัมมะ นี่จะเข้าสู่ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถแล้ว ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนแล้ว
ตนคือสัมมาสมาธิ ถ้าทำสมาธิยังไม่ได้นะ มันลากมันถูมันไถไปทั้งนั้นน่ะ ถ้ามันลากมันถูมันไถไปนะ มันจินตนาการไปทั้งนั้นน่ะ แล้วจินตนาการไป
รสของธรรมชนะซึ่งรสทั้งปวง
เวลามันทุกข์มันยาก เวลามันหยุด มันก็มีความสุขแล้ว เวลาจิตถ้ามันสงบเข้ามา เป็นสัมมาสมาธิขึ้นมา มันจะดูดดื่มมาก แล้วถ้าทำแล้วมีกำลังของมันนะ ถ้าน้อมไปเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง นั่นมันจะเห็นกิเลส ถ้าเห็นกิเลส มันเกิดภาวนามยปัญญา ปัญญาจะเกิดขึ้นจากหัวใจดวงนี้ไง ถ้าเกิดขึ้นจากหัวใจดวงนี้ เห็นไหม
เวลาทางโลกเขาเมาไม่ขับ แต่เราเมาอารมณ์เราตลอดทุกวัน
ธรรมเมาๆ ธรรมเมา เป็นคำพูดหลวงปู่แหวน ธรรมะๆ ไอ้พวกปากเปียกปากแฉะเขาเรียกว่าธรรมเมา มันเมาธรรมะ เรียนเยอะ ความรู้เยอะ เมา เมากับความคิดของตัวเองไง เมาจนขาดสติไง มันจะเป็นอตฺตา หิ อตฺตโน นาโถได้ตรงไหน เพราะมันเมา มันขาดสติ มันไปหมดเลย
แต่ถ้ามันได้สติขึ้นมา จากสุตมยปัญญา จินตมยปัญญา ถ้ามันมีสติสัมปขัญญะ มันจะเข้าสู่ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา มัคโค ทางอันเอก
ใจดวงใดไม่มีมรรค ใจดวงนั้นไม่มีผล
ถ้าใจดวงใดไม่มีมรรคนะ สิ่งที่เกิดขึ้นสูงสุดเป็นปัญญาอบรมสมาธิ เพราะเราวิเคราะห์วิจัยด้วยสติด้วยปัญญาของเรา นี่เป็นปัญญาโลกๆ เป็นโลกียปัญญา ปัญญาจากสามัญสำนึกขึ้นมา
ถ้ามันเป็นธรรมๆ ขึ้นมา ถ้ามันเกิดอตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนะ ตนมันเกิดขึ้น ตนมันยกขึ้นสู่วิปัสสนาเป็นนะ
แต่ส่วนใหญ่สมาธิก็ทำไม่ได้ มันไม่เห็นตน แล้วเวลามันไป มันเป็นจินตนาการทั้งนั้น แต่ถ้ามันเห็นตน มันยังยกขึ้นสู่ตนไม่ได้
พระกรรมฐาน พระกรรมฐานมันสำคัญตรงนี้ ถ้ามันสำคัญมันเห็นหมดไง
สามแยก สี่แยก สามแยก ทางสามแพร่ง สี่แยก สี่แยกอย่างไร แล้วเอ็งจะไปแยกไหน
ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา มัคโค ทางอันเอกไง ถ้ามันเกิดภาวนามยปัญญาขึ้นมา มันจบไง มันจบคือว่ามันเข้าทางได้ มันเห็นหนทางของตัวเองได้
ไอ้นี่หนทางตัวเองไม่เจอไง เมาแต่อารมณ์ของตัว เมาแต่ความรู้สึกนึกคิด มันไม่เป็นธรรม
ถ้าเป็นธรรม รสของธรรมชนะซึ่งรสทั้งปวง มันชนะความโลภ ความโกรธ ความหลงนะ ความลุ่มหลง ความหลงใหลในอารมณ์ความรู้สึกอันนั้นน่ะ แล้วมันเป็นธรรมชาติไง เพราะความคิดมันเกิด ไม่ต้องไปลงทุนลงแรง มันเกิดเอง อยู่ที่ไหนมันก็คิดได้
แล้วอยู่คนเดียวระวังนะ ความคิดนั่นน่ะ ความคิดมันจะแผดเผาตัวเองทั้งสิ้น
แล้วอยู่คนเดียว เราจะยับยั้งความคิดได้อย่างไร
ปัญญาอบรมสมาธิ สูงสุดแค่มันหยุดคิด แล้วหยุดคิดก็อ้ำอึ้งอยู่กับความคิดนั้นน่ะ
สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน
คือพระกรรมฐานยกขึ้นสู่วิปัสนนาไม่เป็น ยกขึ้นสู่วิปัสสนาไม่ได้ แล้วก็งงไง อะไรเป็นสมถะ อะไรเป็นวิปัสสนา
เวลาชื่อมันคนละชื่อ ข้อเท็จจริงมันคนละอย่างอยู่แล้ว เวลามันชื่อคนละชื่อไง แต่เวลาเป็นข้อเท็จจริงล่ะ
ถ้าเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา ในแนวทางการประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เราถึงไม่ต้องการ ไม่ต้องการสิ่งใดที่มันเป็นประเพณีวัฒนธรรม มันเป็นความเชื่อภายนอก นี่ส่งออก
เราไปอาศัยสิ่งนั้น แล้วยกย่องสิ่งใดก็แล้วแต่ เวลาศึกษา ดูประเพณีวัฒนธรรม ครูบาอาจารย์ที่ไหนเวลาเขาถือเคร่งสิ่งใด สังคมนั้นจะถืออย่างนั้นน่ะ เอาตามนั้นน่ะ
แต่ธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ธรรมและวินัย ถ้ามันจะเข้าสู่สัจจะความจริง มันก็เข้าสู่ความสงบ พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน วิธีการทำความสงบ ๔๐ วิธีการในธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่การฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ทำอย่างไรก็ได้ให้มันสงบระงับเข้ามา
ความสงบระงับ สูงสุดในการประพฤติปฏิบัติทุกแนวทาง ผลของมันคือสมาธิ ผลของมันคือสมาธิ ผลของมันคือสมาธิ แต่ไม่รู้ตัว ถ้ารู้ตัวก็เป็นสัมมาไง เอ๊อะ! เอ๊อะ! แล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนาไม่เป็น เป็นได้ไหม ถ้าเป็นได้ขึ้นมา นี่พระพุทธศาสนา มันถึงว่าลึกลับซับซ้อนอยู่ในใจของตน
แล้วพูดไปปากเปียกปากแฉะ สติก็สติ สมาธิก็สมาธิ ก็เหมือนกัน ก็คุยอันเดียวกัน ก็พูดเหมือนกัน
เด็กกับผู้ใหญ่ไง เด็กมันก็จินตนาการไปของมันไง ผู้ใหญ่ก็เรื่องหนึ่งนะ ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ที่ผ่านโลกมามาก เวลายุคเจริญก็ได้เห็นมาแล้ว เวลายุคเสื่อมก็ได้เห็นมาแล้ว
เวลายุคเจริญ มันแตกตื่นเหมือนกับกระต่ายตื่นตูมก็ได้เห็นมาแล้ว เวลายุคมันเสื่อมโทรม เราก็เห็นมาแล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านโลกมามากเขาเห็นของเขา แต่ถ้าทำความจริงขึ้นมา กาลามสูตรแล้ว
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
พระพุทธศาสนาสำคัญมาก สำคัญที่พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่เชื่ออะไรเลย เพราะจิตดวงนี้เคยเกิดในวัฏฏะ เคยเป็นเทวดา เป็นอินทร์ เป็นพรหมมาหมดแล้ว เคยทั้งนั้น
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก ท่านก็เคยตกนรกมาก่อนตั้งแต่ก่อนเป็นพระโพธิสัตว์ พอเป็นพระโพธิสัตว์สร้างแต่คุณงามความดีมา ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย จบแล้ว เวลาเอาจริงเอาจังขึ้นมา อาสวักขยญาณ ทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระธรรมเท่านั้น แสดงธัมมจักฯ แสดงธัมมจักฯ มีพระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม พระสงฆ์สมบูรณ์แบบ
ฉะนั้น พระสงฆ์ หมายความว่า พวกเรามีสิทธิเสรีภาพได้ฝึกหัดปฏิบัติเหมือนกัน แล้วถ้าเราทำ เราเป็นสังฆะ เป็นสงฆ์จากหัวใจ บวชใจของตน มีสติมีปัญญารักษาใจของตน เอาใจของตนให้พ้นจากความยุแยงตะแคงรั่วกับกิเลสในใจของตน
ไม่ต้องไปฟังใคร ข้างนอกเขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก ข้างใน ข้างใน หวาดระแวง ทุกข์จนเข็ญใจ กิเลสเหยียบย่ำหัวใจนี้ สิ่งที่ภายใน อันนี้ เราแก้ไขอันนี้ พระพุทธศาสนาสอนที่นี่ สอนหัวใจของตน เอวัง